การค้าแบบสหกรณ์

     การค้าไม่ว่าจะเป็นแบบใด ย่อมมีหลักวิธีดำเนินงานไปสู่วัตถุประสงค์อันเดียวกันทั้งสิ้น คือ การได้กำไรงามในเมื่อทำการงบบัญชีสิ้นปี หลักการค้ากำไรย่อมประกอบด้วยการซื้อให้ถูก และการขายให้แพง และวิธีการที่นำมาใช้ประกอบหลักการข้อนี้มีพิสดารมากมาย ทั้งในทางยุติธรรม และอยุติธรรม ซึ่งอาจมีผลกระทบกระเทือนถึงประโยชน์ส่วนได้เสียของผู้ผลิต หรือผู้ประดิษฐ์สินค้าฝ่ายหนึ่ง และของผู้บริโภคหรือผู้ใช้สินค้าอีกฝ่ายหนึ่ง
 
     สหกรณ์ที่ดำเนินการค้าเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้บริโภค อาจจำแนกออกได้เป็น 2 ชนิด คือ สหกรณ์ผู้ผลิตและสหกรณ์ผู้บริโภค
     1. สหกรณ์ผู้ผลิต เป็นชุมนุมชนซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีอาชีพอย่างเดียวกัน ซึ่งรวมกันเข้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตน เช่น ชาวนารวมกันขายข้าว ชาวสวนรวมกันขายผลไม้ เป็นต้น วัตถุประสงค์สำคัญของสหกรณ์ผู้ผลิตก็คือ มุ่งหมายให้สินค้าของตนผ่านไปถึงมือผู้บริโภคโดยทางลัดที่สุด ไม่ต้องผ่านคนกลางหลายทอดหลายเท ทั้งนี้เพื่อให้ได้รับมูลค่าตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย สมกับความเหนื่อยยาก
     2. สหกรณ์ผู้บริโภค มีลักษณะคล้ายคลึงกับสหกรณ์ผู้ผลิต ต่างกันแต่ในข้อที่ว่าผู้ที่รวมกันเป็นสหกรณ์นั้นเป็นบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอาชีพ เพียงแต่มีความต้องการอย่างเดียวกันที่จะซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา เพื่อเป็นทางประหยัดทรัพย์

หลักการขายสินค้าของร้านสหกรณ์
  คุณประโยชน์ 6 ประการของสหกรณ์ ได้แก่

     1. ร้านสหกรณ์นำมาซึ่งตัวอย่างวิธีการค้าอันดีในการกำหนดราคาขายประจำสินค้าทุกชิ้นไว้ โดยไม่มีการผ่านและต่อลดราคา
     2. ผู้ซื้ออาจใช้เด็กไปซื้อสินค้าที่ร้านสหกรณ์ได้ โดยจะได้รับสินค้าเต็มจำนวนน้ำหนัก และในคุณภาพที่ถูกต้อง
     3. ร้านสหกรณ์ทำการขายโดยเรียกเงินสด และแบ่งเงินปันผลคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนแห่งการซื้อ ซึ่งช่วยให้สมาชิกที่ยากจนสามารถออมทรัพย์และพ้นจากหนี้สิน
     4. ร้านสหกรณ์เป็นองค์การ ซึ่งทำให้เกิดความหวังที่จะพ้นจากการปลอมปนสินค้าประเภทที่บริโภคกันเป็นสามัญ
     5. ร้านสหกรณ์เป็นทางฝึกฝนในการจัดการค้าและกิจการอันเกี่ยวกับประชาชน
     6. ความวัฒนาของร้านสหกรณ์ชาวเมือง อาจมีผลเป็นการอนุเคราะห์แก่ความเจริญของร้านสหกรณ์ในชนบทหลายทาง
 

  หลักในส่วนที่เกี่ยวกับการขายสินค้าของร้านสหกรณ์ มี 3 ประการ คือ
  1. การขายตามราคาตลาด
         หลักข้อนี้ในเบื้องต้นอาจเห็นว่าไม่สู้จะสอดคล้องกับอุดมคติของร้านสหกรณ์นัก เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าจะให้เป็นการตรงไปสู่จุดหมายโดยแน่วแน่ก็ควรขายสินค้าในราคาที่ต่ำที่สุดที่จะกระทำได้ กล่าวคือ ขายตามราคาต้นทุน (รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของร้านด้วย)
  2. การขายโดยเรียกเงินสด
         เหตุผลในทางเศรษฐกิจนั้นมีหลายประการ กล่าวคือ
         - การขายเชื่อโน้มไปในทางที่จะทำให้ร้านต้องขายสินค้าในราคาแพงขึ้น มิฉะนั้นก็ต้องเสี่ยงภัยในความล่มจม ทั้งนี้เพราะเมื่อร้านขายเชื่อไปเพียงใด ย่อมหมายความว่าทุนของร้านถูกกักไว้เพียงนั้น
         - โดยเหตุที่การขายเชื่อทำให้ทุนถูกกักไว้ ฉะนั้น ทุนที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในการค้าจึงลดลงและการค้าของร้านถูกจำกัดแคบเข้า
         - การขายเชื่อทำให้ร้านต้องเพิ่มภาระในการบัญชี และค่าใช้จ่ายในการจัดการสูงขึ้น
         - การขายเชื่ออาจทำให้ร้านสหกรณ์เองต้องซื้อเชื่อสินค้าจากผู้ขายส่งบ้าง
         - สำหรับร้านสหกรณ์ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นนั้นยังมีทุนน้อยอยู่ ขณะเดียวกันจำเป็นต้องจัดให้มีสินค้าจำหน่ายทั้งในประเภท และปริมาณให้พอแก่การที่จะสนองความต้องการของสมาชิกอย่างดีที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
  3. การขายแก่ประชาชนทั่วไป
         ปัญหาที่สามเกี่ยวกับเรื่องการขายสินค้าของร้านสหกรณ์นั้น คือ ร้านสหกรณ์ขายสินค้าให้แก่สมาชิกโดยเฉพาะเท่านั้น หรือควรขายให้แก่ประชาชนทั่วไปด้วย แต่ตามหลักรอชเดลนั้นถือว่า ร้านสหกรณ์พึงขายสินค้าให้แก่สมาชิกและประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งเป็นหลักที่ร้านสหกรณ์ในประเทศต่างๆ โดยทั่วไปได้ดำเนินตาม หลักอันนี้ควรถือเป็นทางปฏิบัติอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่า ประการแรก ร้านสหกรณ์ย่อมมุ่งหวังจะชักจูงให้มีผู้เข้าเป็นสมาชิกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ประการที่สอง เมื่อร้านสหกรณ์มีสมาชิกมากขึ้น ซึ่งทำให้ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มตามด้วย ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลงได้

Copyright © 2007 Bangkokco-op.com All rights reserved.
183 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
โทรศัพท์ 0-2424-2845-6 , 0-2882-4960-3   โทรสาร 0-2424-2845-6 , 0-2882-4960-3